วันพุธที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2553

วิธีป้องกันขอบตาช้ำ





ขอบตาช้ำ มีสาเหตุมาจากหลาย ๆ อย่าง


และเมื่อรอบช้ำเกิดขึ้นก็ทำลายความมั่นใจ


ของสาวๆ ได้ไม่น้อย วันนี้เรามีวิธีป้องกันแบบง่าย ๆ มาฝาก



วิธีป้องกัน


ไม่ให้เกิดรอยคล้ำรอบดวงตา คือ ความเครียด
การนอนหลับไม่เพียงพอ ขาดวิตามินและอื่น ๆ
ล้วนเป็นสาเหตุ ที่ทำให้รอบดวงตา
เกิดรอยคล้ำเป็นวงดูไม่สดใส เพราะจะเกิดจาก
เม็ดสีของเลือดที่สะท้อนออกทางผิวหนัง




วิธีแก้



คือ ใช้ผลิตภัณฑ์ที่สกัดจากสาหร่ายทะเลหรือกาเฟอีน
จะทำให้การหมุนเวียนของโมเลกุลในเลือดดีขึ้นและ
ทำให้รอยคล้ำรอบดวงตาค่อย ๆ จางหายไ




รู้อย่างนี้แล้ว มาดูแลรักษาดวงตากันดีกว่า.








ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลดีๆจาก


http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_02225.php





เคล็ดลับ ความสวย สำหรับคนอยากสวย แต่ไม่ค่อยมีเวลามาฝากกันจ้า...

สิ่งที่ต้องดูแลรองลงมาจากผิวหน้า คือ
ดวงตากับริมฝีปากสำคัญที่สุด








การดัดขนตากับปัดมาสคาร่า คือ
การเสริมเสน่ห์ดวงตาที่ง่ายที่สุด
เคล็ดลับง่าย ๆ คือ ดัดขนตา 3 ครั้ง
แล้วปัดมาสคาร่าซ้ำอีก 2 ครั้งเป็นอย่างน้อย
ดวงตาจะดูสวยขึ้นทันที และลิปสติกที่ทำให้ปากสวยอิ่มชุ่มฉ่ำ
อย่างลิปกลอสที่ ทำให้ริมฝีปากน่ามอง
อย่างเป็นธรรมชาติ และดูสุขภาพดี



ผิวขาวใสเร็วทันใจด้วยสตรอเบอร์รี่
ให้พอกหน้าด้วยสตรอเบอร์รี่ฝานบาง ๆ
หรือสับละเอียดทิ้งไว้สักพัก
ระหว่างนั้นจะรับประทานส่วนที่เหลือไปด้วยก็ได้
หลังล้างออกแล้วจะพบว่าผิวขาวขึ้น ดูสดใสเปล่งปลั่งขึ้นทันตา
นั่นเพราะสตรอเบอร์รี่มีสารฤทธิ์แรงช่วยเพิ่มเลือดฝาดให้ผิว
และช่วยกระตุ้นเซลล์ผิวให้กลับมามีชีวิตชีวา






การเปลี่ยนสีผมหรือทรงผมโดยช่างผู้ชำนาญ
เป็นวิธีที่ทำให้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเองได้อย่างชัดเจนที่สุด
ทำให้สดใสขึ้น มีพลัง เหมือนเป็นคนใหม่






ขอขอบคุณที่มาที่ให้ข้อมูลดีๆจาก


วิธีดูแลเล็บให้แข็งแรง






การทำเล็บบ่อย ๆ


จะทำให้สุขภาพเล็บไม่แข็งแรง


เช่น เล็บอ่อน เล็บเปราะบาง


หรือ เล็บเหลือง


แต่สามารถแก้ปัญหานี้ได้ด้วยนมสดวิธีทำ


คือ นำนมสดมา 1 กล่อง


เทใส่แก้วหรือภาชนะสำหรับนำไปอุ่นให้ร้อนกว่าอุณหภูมิปกติ


จากนั้นนำเล็บลงไปแช่ในนมสด ทิ้งไว้ประมาณ 2-3 นาที


แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด เช็ดให้แห้ง


แล้วทาครีมบำรุงสำหรับนิ้วมือและเล็บตามปกติ


เพื่อเพิ่มความชุ่มชื่นให้กับเล็บใครที่อยากมีเล็บแข็งแรง


สุขภาพดี ลองนำวิธีที่แนะนำไปปฏิบัติตามกันดูได้....






ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก


วิธีแก้ปวดประจำเดือนที่เป็นปัญหาของผู้หญิงเรา



วิธีแก้อาการปวดประจำเดือนแบบกะทันหัน

(โดยไม่พูดถึงการแก้แบบถาวรซึ่งต้องปฏิบัติพื้นฐานของชีวจิต)

1. ให้ระวังเรื่องอาหาร

ระวังมากๆก่อนเมนส์จะมา ผู้หญิงแทบทุกคนจะรู้ว่าวันไหนถึงกำหนดที่เมนส์จะมา ก่อนหน้านั้นให้ระวังเรื่องอาหารให้มากๆ อย่ากินอาหารประเภทมันจัด หวานจัด และเค็มจัด ที่ต้องเตือนกันเรื่องนี้ก็เพราะProstaglandins เป็นสารประเภทกรดไขมัน ถ้าคุณกินอาหารมันจัด หวานจัด เค็มจัดเยอะๆ สารตัวนี้ก็จะมีมากเกินไป เวลาเมนส์มาคุณก็จะปวดเมนส์ได้ง่าย


2. ตัดอาหารฟุ่มเฟือย

โดยเฉพาะอย่างยิ่งกาแฟ ชา น้ำอัดลม และช็อกโกแลต อาหารประเภทนี้ได้ทดลองและทดสอบมาแล้ว สำหรับคนปวดเมนส์มากๆ พอให้งดอาหารเหล่านี้ อาการปวดก็ทุเลา บางคนหายปวดไปเลย (นี่เป็นการทดลองของอาจารย์ด้านโรคเกี่ยวกับสตรี คือ อ.เพนนี บูดอฟ แห่งวีเมน เมดดิคอล เซ็นเตอร์ แห่งรพ.เบธเพจ นิวยอร์ก)


3. หยุดกินเหล้าหรือเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด

(การทดลองของอ.บูดอฟอีกเช่นกัน)


4. อย่ากินยาประเภทขับน้ำ

มีผู้หญิงบางคนหรือหมอสมัยใหม่บางคนแนะนำให้กินยาขับน้ำหรือยาประเภทลดความอ้วน อย่ากินเป็นอันขาด (การทดลองและวิจัยของอ.ซูซาน ล้าค ผู้เชี่ยวชาญด้านการปวดมดลูก:Premenstrual Syndrome แห่งลอส อัลโตส แคลิฟอร์เนีย)



5. ให้กินวิตามินและแร่ธาตุ


กลุ่มวิตามินควรจะเป็นกลุ่มแอนตี้ออกซิแดนต์(A, B, C, D, E ) และกลุ่มB(B1, B6, B12) รวมถึงแร่ธาตุ คือแคลเซียม แมกนีเซียม โปแตสเซียม ควรกินก่อนเมนส์มาสัก1สัปดาห์ และระหว่างมีเมนส์ก็ควรกินจนกว่าเมนส์จะหมดด้วย




6. ใช้ความร้อน


ให้ดื่มชาสมุนไพรร้อนๆ หรือน้ำมะนาวอุ่นๆ ขณะเดียวกันก็ใช้ผ้าอบร้อนหรือกระเป๋าน้ำร้อนวางบนหน้าท้องและบริเวณสะโพกเป็นพักๆ


7. ใช้ยาแก้ปวดชนิดเบาๆ

อย่างเช่น แอสไพริน พาราเซตามอล หรือไอมูโปรเฟน เป็นครั้งคราว ที่ว่าเป็นครั้งคราวนี้ หมายความว่ามันปวดมากจนทนไม่ได้ และขอให้กินเวลาปวดจนทนไม่ได้เท่านั้น อย่ากินประจำเป็นอันขาด เพราะเห็นผู้หญิงบางคนชอบกินยาแก้ปวดเป็นว่าเล่น บางทีไม่ได้ปวดอะไรนักหนา แต่มีอะไรนิดหน่อยก็ส่งเม็ดยาเข้าปากจนติดเป็นนิสัย ระวังจะกลายเป็นคนติดยา พอๆกับคนติดยาบ้านั่นเลย


8. การบริหารและออกกำลังกาย

อันนี้เป็นข้อบังคับตายตัวเลยว่าคุณต้องทำ ควรจะทำคู่กัน คือบริหารให้ร่างกายยืดและกล้ามเนื้อข้อต่อคลายและเคลื่อนไหวคล่องแคล่ว แล้วจึงออกกำลังกายจนเหงื่อออกโทรมตัว จะใช้วิธีบริหารและออกกำลังแบบไหนก็ได้ตามถนัด โยคะก็ดี หรือบริหารผสมการนวดตัวก็ดี ควรเป็นการนวดแผนไทยหรือนวดเท้าดูก็ช่วยได้


9. เมกเลิฟบ่อยๆ

และต้องให้ได้Orgasmด้วย อย่าหาว่าทะลึ่งนะ อันนี้เป็นข้อแนะนำของอ.ซูซาน ล้าค(เจ้าเก่า)ซึ่งได้ค้นคว้าและวิจัยมาแล้ว


อ่านจบแล้ว...เป็นไงบ้างคะ คิดว่าคงเป็นประโยชน์พอสมควรนะ เพราะวันนี้เราก็ลองตัดอาหารฟุ่มเฟือย กับพยายามงดอาหารมันจัด เค็มจัด หวานจัดแล้ว ก็ได้ผลอยู่นะคะ แต่ข้อสุดท้ายนี่...ห้ามถามค่ะ เพราะยังไงก็ไม่บอก หุหุหุ










ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก


http://dolphin7.exteen.com/20070107/entry