วันศุกร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

วิธีดูแลผิวสวยให้มีสุขภาพดี





ผิวแห้ง
ผิวแห้งมีสาเหตุมาจากผิวขาดน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติ อีกทั้งผิวยังไม่สามารถกักเก็บความชุ่มชื่นไว้ได้ ซึ่งตรงกันข้ามกับผิวมัน ผิวแห้งจะมีรูขุมขนที่ละเอียด แต่ผิวแห้งกร้าน อาจรุนแรงถึงขั้นลอกเป็นขุย ผิวจะให้สัมผัสที่ไม่นุ่มนวลเท่าที่ควร แถมเกิดริ้วรอยได้ง่ายเมื่ออายุมากขึ้น ผิวจะมีแนวโน้มแห้งความชื้นน้อย เพราะต่อมไขมันทำงานช้าลง ดังนั้นการดูแลผิวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้ความชุ่มชื่น ให้กับผิวอีกทั้งช่วยป้องกันริ้วรอย อย่างผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ อาทิ น้ำมันมะกอก น้ำผึ้ง หรือเชียร์บัตเตอร์





ผิวผสม
ผิวผสมเป็นผิวที่แห้งและผิวมันบริเวณทีโซน เช่น บริเวณหน้าผาก จมูก คาง ต่อมไขมันบริเวณนี้จะมีขนาดใหญ่ และทำงานได้ดีกว่าบริเวณอื่นๆ ทำให้มีปัญหาเรื่องสิวได้ ส่วนผิวบริเวณแก้มทั้งสองข้างมีลักษณะผิวธรรมดา หรือผิวแห้ง การดูแลผิวจึงควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยปรับสมดุลของผิวทั้งสองบริเวณให้ใกล้เคียงกัน





ผิวธรรมดา
ผิวธรรมดาเป็นผิวที่ผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันถึง เพราะเป็นผิวที่ดีที่สุด ไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องผิวแห้งเกินไปหรือมันเกินไป ปัญหาเรื่องริ้วรอย หรือสิว จึงพบได้น้อย นอกจากการทำความสะอาด ปรับสภาพผิว และเติมความชุ่มชื่นให้กับผิวแล้ว ก็ควรดูแลผิวเพิ่มเติมเมื่อต้องไปเผชิญกับสภาวะอาการที่ร้อนจัด หรือหนาวจัดเพื่อคงสุขภาพผิวที่ดีไว้ โดยคุณสามารถดูแลผิวธรรมดาของคุณให้สวยได้ง่ายๆ เพียงแค่ใช้โลชันน้ำนม ที่มีส่วนผสมจากสารสกัดจากธรรมชาติ อาทิ ว่านหางจระเข้ ดอกคาโมมาย เชียร์บัตเตอร์ และผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของโปรตีนสกัดจากน้ำนมและถั่วเหลือง เป็นต้น นอกจากส่วนผสมดังกล่าวจะช่วยถนอมผิวให้เนียนนุ่มชุ่มชื่นแล้ว ยังมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้แก่ผิว ช่วยป้องกันผิวจากอากาศเปลี่ยนแปลงอีกด้วย





ผิวมัน
ผิวมันเกิดจากการที่ต่อมไขมันทำงานมากเกินปกติ และรูขุมขนที่มีขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ จึงปรากฏความมันของผิวโดยเฉพาะบริเวณทีโซน ปัญหาที่ตามมาคือสิว เพราะเกิดจาการอุดตันของน้ำมันตามรูขุมขน แต่คนผิวมันจะไม่เกิดปัญหาริ้วรอย ได้ง่ายเหมือนผิวประเภทอื่นๆ การดูแลผิวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยควบคุมความมันและป้องกันสิว ทางที่ดีควรใช้ผลิตภัณฑ์อะไรก็ตามที่มีส่วนผสมหรือสารสกัดจากธรรมชาติจะดีที่สุด





ผิวแพ้ง่าย
คุณสาวๆ บางคนอาจประสบปัญหาผิวแพ้ง่าย ใช้อะไรก็แพ้เป็นผื่น คัน แดง บ้างก็รุนแรงถึงขั้นเป็นรอยไหม้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่มีผิวแพ้ง่ายล่ะก็ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ชนิดสูตรอ่อนโยนทั้งหลาย ใครที่ใช้แต่สบู่ก้อนอาบน้ำมาโดยตลอด และประสบกับปัญหาผิวแห้งตึง แตก คัน ก็ลองเปลี่ยนใช้เจลอาบน้ำสูตรอ่อนโยนที่ไม่มีส่วนผสมของสารชำระล้าง ที่อาจก่อให้เกิดอาการระคายเคือง เพราะเจลอาบน้ำส่วนใหญ่จะไม่ทิ้งผิวที่แห้งตึงเอาไว้ให้เราหลังอาบน้ำ





นอกจากนี้ ถ้าอยากขัดผิวให้เนียนนุ่มมากขึ้น การขัดผิวเป็นครั้งคราวก็ต้องเลือกดูส่วนผสมของครีมขัดเป็นสำคัญ เพราะครีมขัดโดยทั่วไปมักทำให้ผิวที่แห้งอยู่แล้วยิ่งแห้งไปกันใหญ่ ดังนั้น ครีมที่เหมาะกับคนทุกสภาพผิวก็ควรมีส่วนผสมของสิ่งที่จะช่วยขัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปอย่างมีประสิทธิภาพ อาทิ มะละกอ กากกาแฟ หรือเกลือทะเล เป็นต้น หลังขัดผิวสิ่งที่จะช่วยให้ผิวนุ่มชุ่มชื่นหลังการขัด คือ ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของน้ำมันมะพร้าว เชียร์บัตเตอร์ หรือน้ำผึ้ง เป็นต้น










ขอขอบคุณข้อมูลจาก


หน้าใสด้วยผลไม้




ฉบับนี้เอาใจคุณผู้หญิงเป็นพิเศษ ใครต้องการมีใบหน้าสวยใสไม่ควรพลาด เรามีเคล็ดลับทำหน้าใส สวยเด้งได้ง่าย ๆ ไม่ต้องเปลืองตังค์ ไปซื้อเครื่องสำอางค์ราคาแพง ๆ คุณผู้ชายก็ใช้ได้นะ เป็นสูตรง่าย ๆ น้ำผลไม้ใกล้ ๆ ตัว มาปั่น บด ผสมผสานกันก็กลายเป็นเครื่องประทินผิวสวยได้แล้ว รับรองได้ว่าเป็นอันตรายแน่นอน





สูตรสาวหน้าใสน้ำผึ้งผสมมะนาว
ส่วนผสม มีแค่น้ำผึ้งกับน้ำมะนาว ใช้น้ำผึ้ง 1 ถ้วย
กับน้ำมะนาว 1 ช้อนชา ผสมให้เข้ากัน
นำมานวดให้ทั่วใบหน้า นวดไปเรื่อยๆ
ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำสะอาด
สูตรนี้มะนาว จะช่วยขจัดเซลล์ผิวเช่นเดียวกับครีมที่ผสม
กรด AHA ส่วนน้ำผึ้งจะทำให้ผิวหน้านุ่มและชุ่มชื้น


สูตรสาวหน้าใสด้วยแอปเปิ้ล





ใช้แอปเปิ้ล ปอกเปลือกแล้วคว้านเอาเฉพาะเนื้อ
นำมาปั่นรวมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ
นำมาทาให้ทั่วใบหน้า แล้วนวดเบาๆ ทิ้งไว้ 15 นาที
แล้วล้างออกด้วยน้ำเย็น สูตรนี้จะช่วยขจัดเซลล์ผิวที่
ความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้า ทำให้ใบหน้าดูสดใสเปล่งปลั่ง อีกด้วย

สูตรกระชับรูขุมขน มะเขือเทศ

แตงกวาหรือกล้วยหอมก็ได้
เลือกใช้อย่างใดอย่างหนึ่งปอกเปลือก
เอาเมล็ด ออกให้หมดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
เติมน้ำผึ้งหรือนมเปรี้ยวลงไป นำไปปั่นให้ละเอียด
จนเป็นเนื้อ ครีม นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าและลำคอ
ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้จะ
ช่วยทำความสะอาดใบหน้า
และกระชับรูขุมขนและบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น


สูตรครีมทำความสะอาดผิวหน้า (Cleanser)


ใช้โยเกิร์ต 1/2 ถ้วย น้ำมันดอกทานตะวัน
น้ำมะนาวสด 1 1/2 ช้อนโต๊ะ นำส่วนผสม 3 ชนิดผสมให้เข้ากัน
นำพอกให้ทั่วหน้าประมาณ 5 นาที ทุกเช้าและก่อนนอน
แล้วจึงล้างออก ด้วยน้ำสะอาด สูตรนี้ใช้ได้กับทุกสภาพผิว
จะช่วยทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างล้ำลึก และบำรุงผิวให้ชุ่มชื้นอีกด้วย



สูตรสาวผิวแห้ง มอยเจอร์ไรเซอร์จากกล้วย

นำกล้วย 1 ผล ผสมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ บดให้เข้ากัน
นำมาพอกให้ทั่วใบหน้าทิ้งไว้ 15 นาที ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
จะทำให้ผิวหน้าชุ่มชื้นขึ้น
สูตรนี้เหมาะกับผิวแห้ง สูตรพอกหน้าใสจากแตงกวา
ใช้แตงกวา 1 ผล ไข่ไก่ 1 ฟอง (ใช้เฉพาะไข่ขาว)
และมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ หั่นแตงกวาเป็น
ชิ้นบางๆ นำไปปั่นพร้อมกับไข่ขาวและใส่น้ำมะนาวลงไป
ปั่นจนละเอียดเป็นเนื้อเดียวกัน นำมา พอกให้ทั่วใบหน้า
เว้นรอบปากและดวงตา ทิ้งไว้ประมาณ 20 นาที
แล้วจึงล้างหน้าตามปกติ หมั่นทำบ่อยๆ ทุกสัปดาห์
จะช่วยลดความมันส่วนเกิน และยังช่วยกระชับรูขุมขน
ผิวหน้าจะ ดูเนียนเรียบและชุ่มชื้น เหมาะสำหรับผิวมันและผิวผสม



เคล็ดลับที่ควรคำนึงถึง

ผลไม้ที่ใช้ต้องสด มีคุณภาพดี
ภาชนะที่ใช้ใส่ผลไม้ ส่วนผสมต่างๆ
ควรใช้แก้วหรือกระเบื้อง ก่อนทำการพอกหน้า
ชควรทำความสะอาดใบหน้าให้สะอาด โดยการอัง
ใบหน้ากับไอน้ำและนวดเบาๆ เพื่อเปิดรูขุมขน
เวลาพอกหน้าไม่ควรพูดคุยหรืออ่านหนังสือ






เรียบเรียงโดย ... เยาวลักษณ์ พิพัฒน์จำเริญกุล

วันเสาร์ที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

ฝ้า เกิดจากสาเหตุใด

ฝ้า เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยมากโรคหนึ่ง
พบมากในอายุตั้งแต่ 30 ปีขึ้นไป





เกิดจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้ผิวหนังมีการสร้างเม็ดสี (pigment) มากกว่าปกติ พบมากในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงที่กินหรือ ฉีดยาคุมกำเนิด แต่ก็อาจพบในผู้ชาย และผู้หญิงทั่วไป ผู้ที่ถูกแสงแดด หรือแสงไฟ (แสงอัลตราไวโอเลต) บ่อยอาจมีโอกาสเป็นฝ้าได้ง่าย และเชื่อว่ากรรมพันธุ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้านอกจากนี้ความเครียด สารเคมี (เช่น น้ำมันดิน) น้ำหอม เครื่องสำอาง ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดฝ้า หรือรอยด่างดำบนใบหน้าได้ผู้ที่เป็นโรคบางชนิด เช่น เนื้องอกของรังไข่ โรคแอดดิสัน ก็อาจทำให้หน้าเป็นฝ้าดำได้เช่นกัน บางคนอาจเกิดฝ้าโดยไม่ทราบสาเหตุก็ได้




ฝ้ามีลักษณะเป็นรอย หรือปื้นสีน้ำตาลออกดำขึ้นที่บริเวณใบหน้าส่วนที่ถูกแสงแดดมาก ๆ เช่น หน้าผาก โหนกแก้มทั้งสองข้าง และดั้งจมูก บางคนอาจมีรอยดำ ที่หัวนม รักแร้ ขาหนีบ หรืออวัยวะเพศร่วมด้วย

การรักษา
1. ควรแนะนำข้อปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วย คือ อย่าถูกแดดมาก (เวลาออกกลางแจ้ง ควรใส่หมวก หรือกางร่ม) ควรหลบแสงไฟแรง ๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม และเครื่องสำอาง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าให้อารมณ์เครียด

2. ใช้ยาลอกฝ้า ได้แก่ ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ขนาด 2-4 % ทาวันละ 2 ครั้ง จะช่วยลดการสร้างเม็ดสี ทำให้ฝ้าจางลงได้ ยานี้อาจทำให้แพ้ได้ จึงควรทดสอบโดยทาที่แขนแล้วทิ้งไว้ 2-3 วัน (ห้ามล้างออก) ดูว่ามีผื่นแดงหรือไม่ ถ้ามีก็ห้ามใช้ยานี้ อาจผสมกับกรด เรติโนอิก ขนาด 0.01-0.05% และสเตอรอยด์ทำเป็นครีมยี่ห้อต่าง ๆ

3. ใช้ยากันแสง ได้แก่ พาบา (PABA ซึ่งย่อมา จาก Para-amino benzoic acid) ทาตอนเช้า หรือก่อนออกกลางแดด ควรใช้ชนิดที่มีความสามารถในการกรองแสง (sun protective factor/SPF) มากกว่า 15 ขึ้นไป ยานี้อาจทำให้แสบตา แสบจมูก เป็นสิว หรือแพ้ได้ โดยทั่วไป มักจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าอาการจะดีขึ้น และจะต้องใช้ยากันแสงไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันการกลับเป็นฝ้าอีกถ้าไม่ดีขึ้นใน 1-2 เดือน หรือแพ้ยาที่ทารักษาฝ้า หรือสงสัยเป็นโรคอื่นควรปรึกษาแพทย์ทางโรคผิวหนังซึ่งอาจเปลี่ยนไปใช้รักษาฝ้าชนิดอื่นแทน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

http://www.doctorcosmetics.com/

อาหารที่ระตุ้นและก่อให้เกิดสิว











อาหารที่รสหวานจัด โดยผ่านกรรมวิธีการปรุงแต่ง เช่น ไอศครีม คุ้กกี้ น้ำอัดลม ช็อกโกแลต ผลไม้เเชื่อม และอื่นๆ อาหารที่มีรถหวานจัดนี้ จะเป็นอาหารของยีสต์ในกระเพาะอาหารทำให้ยีสต์เจริญเติบโตได้ดี และยังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้ฮอร์โมนไม่คงที่ ขึ้นๆลงๆ อยู่ตลอดเวลา เป็นสาเหตุของการเกิดสิวเพิ่มมากขึ้น









นม ผลิตภัณฑ์จากนม Daily Products เช่น นมข้นหวาน ชีส โยเกิร์ต ไอศครีม เค้ก เบเกอรี่ และอาหารที่มีส่วนผสมของนม เนื่องจากเป็นอาหารที่ย่อยยาก เมื่อรับประทานเข้าไปจะเกิดการหมักหมมในกระเพาะอาหาร ทำให้เกิดการเจริญเติบโตของยีสต์มีปริมาณเพิ่มขึ้นก็จะกระตุ้นให้เกิดสิวได้ หากเกรงว่าจะทำให้ร่างกายขาดสารอาหารที่เคยได้รับจากนม เราสามารถเลือกทานจากอาหารกลุ่มอื่นๆได้ เช่น ไข่ เต้าหู้ ถั่วต่างๆ ปลาตัวเล็ก และเนื้อสัตว์ เพื่อทดแทนโปรตีนและแคลเซียมจากนมได้










อาหารในกลุ่มคาเฟอีน เช่น ชา กาแฟ เครื่องดื่มบำรุงกำลัง จะเป็นตัวกระตุ้นให้ยีสต์เจริญเติบโต ซึ่งเมื่อยีสต์เจริญเติบโตมากก็จะเกิด Toxin ซึ่งทำให้ร่างกายเกิดของเสียและกระตุ้นให้เกิดสิวได้ง่าย






ขอขอบคุณข้อมูลจาก

วันศุกร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

สิวขึ้นที่นู่น ที่นี่ บอกให้เรารู้อะไรบ้าง?








1. สิวขึ้นที่หน้าผาก : แบ่งเป็น 3 ส่วน บนสุดหมายถึงกระเพาะปัสสาวะ, ตรงกลางคือกระเพาะอาหารและส่วนล่างสุดบริเวณใกล้ๆ คิ้ว เกี่ยวข้องกับตับ คำอธิบายโดยรวมสำหรับสิว ที่ขึ้นหน้าผากคือ ร่างกายได้รับสารพิษ และพยายามขับออกมา แต่ถ้าขึ้นตรงหัวคิ้ว และขมับ จะเกี่ยวข้องกับต่อมหมวกไต แสดงว่าคุณมีอาการเครียดจัด วิธีการแก้คือ ออกกำลังกาย และทำใจให้ผ่อนคลาย

2. สิวที่จมูกและแก้ม : บริเวณนี้สัมพันธ์กับปอด หากคุณเป็นหวัดคัดจมูกหรือ ภูมิแพ้ สิวจะขึ้น นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์ หรือ กินอาหารผสมเครื่องเทศ อาจทำให้เกิดผดผื่นแดง คล้ายสิว ขึ้นที่ แก้ม คอและหน้าอกด้วย

3. สิวรอบปาก : ลักษณะสิวนูนเม็ดเล็กๆ ส่วนใหญ่เกิดจากการแพ้ผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสผิวหน้า ยิ่งกว่านั้น 1 ใน 10 ของผู้หญิงที่มีสิว ขึ้นรอบปากและคาง อาจมีสาเหตุมาจากภาวะผิดปกติของรังไข่

4. สิวที่คาง : หากสิวขึ้นที่คางและใต้ริมฝีปากล่าง แสดงว่ารอบเดือนใกล้จะมา เพราะบริเวณนี้เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนโดยตรง แต่ในบาง รายจะมีสิวขึ้นต่อเนื่องบริเวณนี้แม้ว่าประจำเดือนจะหมดแล้วก็ตาม

5. สิวที่ลำคอ : สิวที่ขึ้นบริเวณลำคอไปจนถึงใต้คางและ กราม สันนิฐานว่าต่อมหมวกไตทำงานหนัก ซึ่งอาจเกี่ยวกับความเครียด ทำให้เกิดสิวอักเสบเม็ดใหญ่แสนเจ็บปวด หรือมีปัญหาสุขภาพฟัน จึงควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กว่ามีฟันผุหรือรากฟันอักเสบ แต่มีสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น แบคทีเรียจากโทรศัพท์มือถือ จึงควรเช็ดทำควมสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน

6. สิวที่หน้าอก : มีแนวโน้มมาจากพันธุกรรม ลองสืบถามคนในครอบครัวว่ามีปัญหาสิวที่บริเวณเดียวกันหรือไม่ การอาบน้ำให้สะอาดหมดจดและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน จะช่วยให้เบาบางลง เพราะผิวหน้าอกอาจมันกว่าส่วนอื่นๆ จนเกิดเป็นสิวได้ง่าย

7. สิวที่หลัง : ถ้าสิวขึ้นเฉพาะที่แผ่นหลัง อาจเป็นผลมาจากการเล่นกีฬาจนทำให้เหงื่อออกมาก บวกกับชุดที่รัดตึง ไม่สามารถระบาย อากาศ อย่าลืมว่า ผิวหนังคืออวัยวะที่มีกระบวนการกำจัดของเสียออกมาทางเหงื่อ ดังนั้นเมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้ว ควรอาบน้ำชำระคราบเหงื่อไคลทันที

8. สิวบริเวณสะโพก: สภาพผิวแห้งบริเวณสะโพกทำให้ระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะชุดชั้นในผ้าใยสังเคราะห์ที่อับชื้นทุกครั้งที่อาบน้ำ ควรใช้ครีมสครับขัดผิวและ ทาโลชั่นที่มีความมันพอดีให้ความชุ่มชื้น ผิวจะยืดหยุ่น นุ่มนวล และปลอดสิว

9.สิวใต้วงแขน : สิวเม็ดเล็กๆ คล้ายตุ่มผดทำให้ผิวหนังดูหยาบเหมือนหนังไก่ เกิดจากเซลล์เสื่อมสภาพพอกพูนบริเวณรูขุมขน การทาครีมที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกเพื่อเร่งการะบวนการผลัดเซลล์ และใช้ผ้าขนหนูเนื้อหยาบๆถูเบาขณะอาบน้ำ รวมทั้งทา moisturizer จะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น




ขอบคุณข้อมูลจากนิตยสารแพรว

แล้วติดตามเคล็ดลับดีต่อไปอีกนะคะ

ขอขอบคุณที่ติดตามชม

เรื่องของสิวที่ไม่ชิว....ชิว



สิวคือตุ่มเม็ดเล็กๆ ที่มีหนองเป็นไตสีขาว ๆอยู่ข้างใน ขึ้นตามหน้า เกิดขึ้นเพราะผิวหนังมีการอุดตันอยู่ใต้รูขุมขน จากหัวสิวโคมิโดน (Comedone) ซึ่งสามารถอักเสบได้ง่ายหากมีตัวกระตุ้นเพิ่มเติม เช่น แบคทีเรีย หรือฝุ่นละอองในอากาศ

สาเหตุของสิว เกิดจากสาเหตุหลัก ๆ 2 ปัจจัยดังนี้



ปัจจัยภายใน คือปัจจัยที่เกิดจากร่างกายเราเอง เช่น ฮอร์โมน, กรรมพันธุ์, โรคเรื้อรัง และ ผิวพรรณซึ่งเป็นสิ่งที่ติดตัวเราตั้งแต่กำเนิด
ปัจจัยภายนอก คือปัจจัยที่เกิดขึ้นจากนอกร่างกายของเรา เช่นยา, เครื่องสำอาง, สภาพแวดล้อม, สังคม, แสงแดดและอุณหภูมิ ความสะอาด และ อาหารซึ่งเราสามารถป้องกันได้

สิวมักเกิดบริเวณ Seborrhea area ซึ่งผิวหนังบริเวณนั้นมี Pilosebaceous unit ชนิด Sebaceous follicle,เป็น follicleที่ประกอบไปด้วย small villas hair และ large multiacina sebaceous gland เมื่อมีการกระตุ้นSebaceous gland มากเกินพอดีจะสร้างไขมัน(Sebum) มามากขึ้น Sebum นี้ประกอบด้วย triglyceride , ester ,wax และสารอื่นๆ หากSebum ถูกผลิตมากจะระบายsebum ออกทางรูขุมขนไม่ทัน และค้างใน follicle ,sebum จะกระตุ้นให้ Keratinocyte สร้างkeratin มามากขึ้นและจับตัวกันแน่นผิดปรกติเกิดเป็นสิวอุดตัน(Comidone)

ต่อมาการอุดตันนั้นทำให้เกิดสภาพไร้ออกซิเจนในรูขุมขนแบคทีเรีย P.acne จะเจริญเติบโตได้ดีและย่อยสลายไขมันเป็นสารที่มีความสามารถrecruitเม็ดเลือดขาวมาที่บริเวณนั้นและก่อให้เกิดการอักเสบตามมาจึงเกิดเป็นสิวอักเสบ



วิธีป้องกันและรักษา


วิธีป้องกันง่ายๆ คือการกำจัดปัจจัยที่ก่อให้เกิดสิว ไม่ให้มันกำเริบ โดยมีข้อแนะนำต่างๆดังนี้


1. นอนหลับให้เพียงพอ -การนอนหลับไม่เพียงพอ อาจเป็นสาเหตุให้เกิดสิวเช่นกันเนื่องจากร่างกายเราอ่อนแอและเพลีย


2. อารมณ์ขัน - อารมณ์ขันทำให้เรามีความสุข ปราศจากความเครียด ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของสิว


3. กินอาหารจำพวกผัก - การที่เรากินอาหารจำพวกผัก จะทำให้เราสามารถล้างพิษออกจากร่างกายได้และยังมีวิตามิน ต่างๆ ซึ่งยังช่วยทำให้เราร่างกายแข็งแรงอีกด้วย


4. กินอาการที่มีไขมัน สูงแต่พอดี - หากเราเกิดอาหารไขมันสูงมากๆ เข้า จะทำให้มีไขมันอยู่ในร่างกายซึ่งเป็นสาเหตุอีกประการของการเกิดสิว


5. ล้างหน้าให้สะอาด -การล้างหน้าให้สะอาดทำให้ใบหน้าของเราไม่สกปรก เป็นอีกหนึ่งวิธีป้องกัน แต่ควรระวังไม่ควรล้างหน้าบ่อย เพราะจะทำให้หน้าของเราเสียสมดุล การล้างหน้า ควรล้างเพียง 2 ครั้ง เช้าเย็น ยกเว้น ช่วงที่เสร็จจากกีฬา, ออกกำลังกาย หรือช่วงที่คิดว่าหน้าเราสกปรกมากจริง ๆ สามารถล้างหน้าได้ตามต้องการ


6. ใช้กระดาษซับมัน -หากหน้าเรามันมากๆ ลองเปลี่ยนมาใช้กระดาษซับหน้ามันแทน เป็นวิธีช่วยอีกทางหนึ่งควรซับแต่พอดี ไม่ควรซับทั้งวันจะดูไม่ดี เสียบุคลิก


7. หลีกเลี่ยงการจับหัวสิวยุ่งกับผิวให้น้อยที่สุด - เพราะฝ่ามือของเรามีทั้งความสกปรก และ แบคทีเรียซึ่งเป็นตัวก่อให้เกิดสิว


8. ใช้หลังฝ่ามือลูบแทน -หลังฝ่ามือเป็นบริเวณที่เราไม่ยุ่งเกี่ยวมากที่สุด จึงเป็นบริเวณที่ค่อนข้างสะอาดดังนั้นแล้วการใช้หลังฝ่ามือลูบคลำเล็ก ๆ น้อยๆ ถือว่าไม่ทำให้สกปรกมากนักแต่เราควรล้างมือให้สะอาดอย่างสม่ำเสมอ


9. ใช้ยากำจัดหัวสิว – ปัจจุบันมีอยู่ทั่วไปตามร้านขายยา


10. ใช้ยาที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ - วิตามินเอมีสรรพคุณรักษาสิวอยู่ด้วย ซึ่งมียาทาใบหน้าที่มีส่วนผสมของวิตามิน A สุดอยู่ สามารถสอบถามตามร้านขายยาทั่วไป


11. ใช้ยาอย่างจริงจัง -การใช้ยาที่มีฤทธิ์แรงกว่าเดิม โดยเน้นไปที่ยาประเภท เบนซอย์เพอรอกไซด์ (Benzoyl Peroxide) หรือประเภทที่มีกรดซาลิซีลิก (Salicylic Acid) ที่มีเปอร์เซ็นต์ต่ำข้อควรระวัง ควรเริ่มใช้จากเปอร์เซ็นต์ต่ำๆ ไม่ควรใช้เปอร์เซ็นต์สูงๆจะทำให้ผิวเราแพ้ และอาจเกิดอาการแพ้ยา


12. ปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญ - หากใช้วิธีต่างๆ ไม่ได้ผล แนะนำว่าควรปรึกษาแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังเป็นการดีที่สุด เนื่องจากสิวอาจเกิดจากกรรมพันธุ์ หรือฮอร์โมน ซึ่งการปรึกษาแพทย์ หรือผู้เชี่ยวชาญจึงเป็นทางเลือกสุดท้ายที่ควรทำซึ่งปัจจุบัน ยังมีคลินิกและผู้ให้บริการรักษาผิวหน้าเปิดอยู่ทั่วไป