
วิธีป้องกัน
รู้อย่างนี้แล้ว มาดูแลรักษาดวงตากันดีกว่า.

ขอขอบคุณที่มาของข้อมูลดีๆจาก
http://campus.sanook.com/teen_zone/senior_02225.php

















เกิดจากมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในร่างกาย ทำให้ผิวหนังมีการสร้างเม็ดสี (pigment) มากกว่าปกติ พบมากในหญิงตั้งครรภ์ และหญิงที่กินหรือ ฉีดยาคุมกำเนิด แต่ก็อาจพบในผู้ชาย และผู้หญิงทั่วไป ผู้ที่ถูกแสงแดด หรือแสงไฟ (แสงอัลตราไวโอเลต) บ่อยอาจมีโอกาสเป็นฝ้าได้ง่าย และเชื่อว่ากรรมพันธุ์ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเกิดฝ้านอกจากนี้ความเครียด สารเคมี (เช่น น้ำมันดิน) น้ำหอม เครื่องสำอาง ก็มีส่วนกระตุ้นให้เกิดฝ้า หรือรอยด่างดำบนใบหน้าได้ผู้ที่เป็นโรคบางชนิด เช่น เนื้องอกของรังไข่ โรคแอดดิสัน ก็อาจทำให้หน้าเป็นฝ้าดำได้เช่นกัน บางคนอาจเกิดฝ้าโดยไม่ทราบสาเหตุก็ได้
ฝ้ามีลักษณะเป็นรอย หรือปื้นสีน้ำตาลออกดำขึ้นที่บริเวณใบหน้าส่วนที่ถูกแสงแดดมาก ๆ เช่น หน้าผาก โหนกแก้มทั้งสองข้าง และดั้งจมูก บางคนอาจมีรอยดำ ที่หัวนม รักแร้ ขาหนีบ หรืออวัยวะเพศร่วมด้วย
การรักษา
1. ควรแนะนำข้อปฏิบัติตัวแก่ผู้ป่วย คือ อย่าถูกแดดมาก (เวลาออกกลางแจ้ง ควรใส่หมวก หรือกางร่ม) ควรหลบแสงไฟแรง ๆ ควรหลีกเลี่ยงการใช้น้ำหอม และเครื่องสำอาง ควรพักผ่อนให้เพียงพอ และอย่าให้อารมณ์เครียด
2. ใช้ยาลอกฝ้า ได้แก่ ไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ขนาด 2-4 % ทาวันละ 2 ครั้ง จะช่วยลดการสร้างเม็ดสี ทำให้ฝ้าจางลงได้ ยานี้อาจทำให้แพ้ได้ จึงควรทดสอบโดยทาที่แขนแล้วทิ้งไว้ 2-3 วัน (ห้ามล้างออก) ดูว่ามีผื่นแดงหรือไม่ ถ้ามีก็ห้ามใช้ยานี้ อาจผสมกับกรด เรติโนอิก ขนาด 0.01-0.05% และสเตอรอยด์ทำเป็นครีมยี่ห้อต่าง ๆ
3. ใช้ยากันแสง ได้แก่ พาบา (PABA ซึ่งย่อมา จาก Para-amino benzoic acid) ทาตอนเช้า หรือก่อนออกกลางแดด ควรใช้ชนิดที่มีความสามารถในการกรองแสง (sun protective factor/SPF) มากกว่า 15 ขึ้นไป ยานี้อาจทำให้แสบตา แสบจมูก เป็นสิว หรือแพ้ได้ โดยทั่วไป มักจะต้องใช้เวลาเป็นเดือนกว่าอาการจะดีขึ้น และจะต้องใช้ยากันแสงไปเรื่อย ๆ เพื่อป้องกันการกลับเป็นฝ้าอีกถ้าไม่ดีขึ้นใน 1-2 เดือน หรือแพ้ยาที่ทารักษาฝ้า หรือสงสัยเป็นโรคอื่นควรปรึกษาแพทย์ทางโรคผิวหนังซึ่งอาจเปลี่ยนไปใช้รักษาฝ้าชนิดอื่นแทน

ขอขอบคุณข้อมูลจาก




1. สิวขึ้นที่หน้าผาก : แบ่งเป็น 3 ส่วน บนสุดหมายถึงกระเพาะปัสสาวะ, ตรงกลางคือกระเพาะอาหารและส่วนล่างสุดบริเวณใกล้ๆ คิ้ว เกี่ยวข้องกับตับ คำอธิบายโดยรวมสำหรับสิว ที่ขึ้นหน้าผากคือ ร่างกายได้รับสารพิษ และพยายามขับออกมา แต่ถ้าขึ้นตรงหัวคิ้ว และขมับ จะเกี่ยวข้องกับต่อมหมวกไต แสดงว่าคุณมีอาการเครียดจัด วิธีการแก้คือ ออกกำลังกาย และทำใจให้ผ่อนคลาย
2. สิวที่จมูกและแก้ม : บริเวณนี้สัมพันธ์กับปอด หากคุณเป็นหวัดคัดจมูกหรือ ภูมิแพ้ สิวจะขึ้น นอกจากนี้การดื่มแอลกอฮอล์ หรือ กินอาหารผสมเครื่องเทศ อาจทำให้เกิดผดผื่นแดง คล้ายสิว ขึ้นที่ แก้ม คอและหน้าอกด้วย
3. สิวรอบปาก : ลักษณะสิวนูนเม็ดเล็กๆ ส่วนใหญ่เกิดจากการแพ้ผลิตภัณฑ์ที่สัมผัสผิวหน้า ยิ่งกว่านั้น 1 ใน 10 ของผู้หญิงที่มีสิว ขึ้นรอบปากและคาง อาจมีสาเหตุมาจากภาวะผิดปกติของรังไข่
4. สิวที่คาง : หากสิวขึ้นที่คางและใต้ริมฝีปากล่าง แสดงว่ารอบเดือนใกล้จะมา เพราะบริเวณนี้เกี่ยวข้องกับฮอร์โมนโดยตรง แต่ในบาง รายจะมีสิวขึ้นต่อเนื่องบริเวณนี้แม้ว่าประจำเดือนจะหมดแล้วก็ตาม
5. สิวที่ลำคอ : สิวที่ขึ้นบริเวณลำคอไปจนถึงใต้คางและ กราม สันนิฐานว่าต่อมหมวกไตทำงานหนัก ซึ่งอาจเกี่ยวกับความเครียด ทำให้เกิดสิวอักเสบเม็ดใหญ่แสนเจ็บปวด หรือมีปัญหาสุขภาพฟัน จึงควรพบทันตแพทย์เพื่อตรวจเช็กว่ามีฟันผุหรือรากฟันอักเสบ แต่มีสาเหตุอื่นร่วมด้วย เช่น แบคทีเรียจากโทรศัพท์มือถือ จึงควรเช็ดทำควมสะอาดทุกครั้งหลังใช้งาน
6. สิวที่หน้าอก : มีแนวโน้มมาจากพันธุกรรม ลองสืบถามคนในครอบครัวว่ามีปัญหาสิวที่บริเวณเดียวกันหรือไม่ การอาบน้ำให้สะอาดหมดจดและเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อ่อนโยน จะช่วยให้เบาบางลง เพราะผิวหน้าอกอาจมันกว่าส่วนอื่นๆ จนเกิดเป็นสิวได้ง่าย
7. สิวที่หลัง : ถ้าสิวขึ้นเฉพาะที่แผ่นหลัง อาจเป็นผลมาจากการเล่นกีฬาจนทำให้เหงื่อออกมาก บวกกับชุดที่รัดตึง ไม่สามารถระบาย อากาศ อย่าลืมว่า ผิวหนังคืออวัยวะที่มีกระบวนการกำจัดของเสียออกมาทางเหงื่อ ดังนั้นเมื่อออกกำลังกายเสร็จแล้ว ควรอาบน้ำชำระคราบเหงื่อไคลทันที
8. สิวบริเวณสะโพก: สภาพผิวแห้งบริเวณสะโพกทำให้ระคายเคืองได้ง่าย โดยเฉพาะชุดชั้นในผ้าใยสังเคราะห์ที่อับชื้นทุกครั้งที่อาบน้ำ ควรใช้ครีมสครับขัดผิวและ ทาโลชั่นที่มีความมันพอดีให้ความชุ่มชื้น ผิวจะยืดหยุ่น นุ่มนวล และปลอดสิว
9.สิวใต้วงแขน : สิวเม็ดเล็กๆ คล้ายตุ่มผดทำให้ผิวหนังดูหยาบเหมือนหนังไก่ เกิดจากเซลล์เสื่อมสภาพพอกพูนบริเวณรูขุมขน การทาครีมที่มีส่วนผสมของกรดซาลิไซลิกเพื่อเร่งการะบวนการผลัดเซลล์ และใช้ผ้าขนหนูเนื้อหยาบๆถูเบาขณะอาบน้ำ รวมทั้งทา moisturizer จะทำให้ผิวเรียบเนียนขึ้น
แล้วติดตามเคล็ดลับดีต่อไปอีกนะคะ
ขอขอบคุณที่ติดตามชม


